ตำนานวันคริสต์มาส

posted on 25 Dec 2013 14:19 by noo-ddd
ใกล้ถึงช่วงสิ้นปีที่ไรต้องมีเรื่องให้คนไทยเราต้องมีการไปฉลองกันทุกทีจราจรรถยนต์บนท้องถนนวันนี้ต้องติดแน่เพราะหลายคนอาจจะพาครอบครัวไปฉลองวันคริสต์มาสกินข่าวนอกบ้านเรามารู้จักประวัติตำนานคริสต์มาสกันเถอะ
 
ตำนานาวันคริสต์มาส
 
คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสต์เจ้า" ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้นเป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไรด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ "พระเยซู" ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

edit @ 25 Dec 2013 14:20:22 by เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก

edit @ 25 Dec 2013 14:30:13 by เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก

edit @ 25 Dec 2013 14:35:40 by เรื่องเล่าชวนขนหัวลุก

ทางเดินรถสายมรณะ

posted on 18 Nov 2013 13:28 by noo-ddd

วันนี้เรามีประสบการณ์ขนหัวลุกและน่าสะพรึงกลัวมาฝากกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วเกี่ยวกับรถคันหนึ่งที่อยู่ๆก็ไฟลุกขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นเราลองมาดูกันและจิตนาการตามว่าภาพเป็นอย่างไร

 นานมาแล้วเป็นเวลายาวนานมากประมานเกือบ10ปีได้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่นที่มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาได้เขาไปทำงานที่ขอนแก่นและวันนั้นเป็นที่14ตุลาคมซึ่งวันที่15นั้นจะเป็นวันเกิดของลูกสาวเขาซึ่งเพื่อนๆและตัวเขานั้นมีกำหนดที่จะเดินทางกลับวันรุ่งขึ้นนั้นคือวันที่15ตุลาคมแต่เขาไม่ยอมเขาอยากกลับเองโดยขับรถของเขาเองเขาเดินทางมาเรื่อยๆจนถึงทางเลี้ยวที่จะเข้าไปไหนเขตของหมู่บ้านซึ่งเป็นเส้นทางที่เปลี่ยวมากพอสมควรและทางนั้นเป็นโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับป่าและค่อนข้างน่ากลัวมากในตอนกลางคืนและพอเขาขับมาห่างจากโรงเรียนประมาณ1กิโลเมตรเขาก็รู้สึกว่าปวดฉี่เขาจึงจอดรถเพื่อที่จะฉี่ข้างทางแต่ทันใดนั้นเองสายตาของเขาก็มองไปเห็นลูกหมาสีดำตัวหนึ่งน่ารักมากด้วยความคิดที่ว่าจะเอาไปเป็นของขวัญวันเกิดให้ลูกเขาจึงจะเอามันกลับบ้านและเขาก็หันมาทำภารกิจของตัวเองต่อก่อนที่จะหันไปดูหมาน้อยตัวนั้นแต่มันหายไปแล้วแต่เขาก็ไม่ได้คิดไรมากแต่พอแกจะขับรถรถของเขาเกิดไฟลุกขึ้นที่ด้านหลังเขาจึงจะดับมันแต่ทำอย่างไรก็ไม่ดับเขาจึงเอาดินว่านไปมันจึงดับพอเขาจะไปอีกไฟก็เกิดลุกขึ้นอีกเขาจึงตัดสินใจวิ่งแต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้นก็เกิดขึ้นอีกคือเขาเห็นผู้คนมากมายใส่ชุดดำขาวราวกับงานอะไรสักอย่างและแล้วเขาก็หันไปเห็นโลงศพเป็นร้อยๆโลงนั้นจึงทำให้เขารู้ตัวแล้วว่าเขาเจอดีเข้าแล้วเขาพยามที่จะพาตัวเองและรถกลับให้ถึงบ้านแต่ไม่สามารถทำได้มีรถมากี่คันเขาโบกรถยนต์คันไหนไม่มีใครให้เขาไปด้วยเลยสักคันแต่แล้วเขาก็ท้อใจและร้องไห้แต่ในที่สุดก็มีรถยนต์ใจดีคันหนึ่งซึ่งจอดรับเขาแต่เขาไม่อยากถามอะไรมากเพราะว่าคนแถวนั้นเขารู้ดีพอกลับถึงบ้านรถคันที่รับเขามาจึงเล่าให้ฟังว่าที่ตรงนั้นมันเป็นป่าช้าเก่าและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมีคนตายเยอะตรงทางที่เลี้ยวเข้ามาในเส้นทางนี้ใครที่ขับรถสัญจรไปมานั้นเขาไม่รถตอนกลางคืนกันเพราะว่าเขารู้ว่าที่นี้คนเจอกันเยอะพอได้ยินแค่นั้นล่ะเขาถึงกับร้องไห้ที่เขารอดมาได้จนถึงที่บ้านและพอมาถึงบ้านเค้กของลูกสาวเขาเละหมดแต่ก็พอกินได้พอเขาเล่าให้ใครฟังเขาก็คิดว่าเมาแล้วหลอนบ้างก็ว่าดูดบุหรี่แล้วโยนไม่ดูไฟเลยไหม้หรือเปล่าเขาเลยไม่พูดถึงและเข็ดไปอีกนานเลยที่เดียว

                จากประสบการณ์ขนหัวลุกที่นำมาเล่าสู่กันฟังนั้นมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์ที่ว่าซื้อรถยนต์มือสองมาหรือว่าระบบของรถไม่ดีทำให้ไฟเกิดลุกขึ้นมาได้นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับเพี่อนของผู้เขียนเองซึ่งมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อและเป็นความเชื่อส่วนบุคคลล้วนๆแล้วแต่วิจารณญาณของคนนี้ก็เป็นเรื่องชวนขนหัวลุกเกี่ยวกับรถ